เจตนารมณ์เสรีไม่มีจริง ใช่หรือ

ขึ้นชื่อลือชามาว่าความมุ่งมั่นตั้งใจเสรีนั้นย่อมเชิญชวนคิดให้ถึงประสบการณ์ที่ความเป็นอิสระ ไม่มีกฎระเบียบหลักเกณฑ์ต่างๆมาผูกมัด


แม้กระนั้นความเป็นจริงแล้วไม่เลย พวกเรานั่นแหละล้วนถูกจำจองด้วยคำนี้มาตลอดเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน แม้นักปรัญชาหรือนักวิทยาศาสตร์จะพยายาหาคำตอบและก็ความหมายของคำว่า ความมุ่งมั่นตั้งใจเสรี แต่ว่าก็ยังไม่มีผลสรุปที่การันตีได้ว่า พวกเรานั้นมีความมุ่งมั่นตั้งใจเสรีจริงๆตามความหมายของมัน
นักปรัญชาส่วนหนึ่งส่วนใดที่ได้เสนอแนวความคิดและก็เป็นที่ยอมรับกันมากมายว่า มนุษย์มิได้มีอิสระเสรีสำหรับเพื่อการเลือกทำบางสิ่งบางอย่างจริงๆดังที่อ้าง แต่ว่าเป็นเพราะว่าการกระทำของผู้คนนั้นมีเหตุมาจากสิ่งแวดล้อมแล้วก็ต้นสายปลายเหตุทางธรรมชาติเป็นตัวกำหนดให้เลือกวิถีทางที่จะทำหรือเปล่าทำมากยิ่งกว่าเกิดขึ้นเองจากสมองหรือจิตใจ ตัวอย่างเช่น คนดื่มน้ำ เลือกซื้อน้ำมากิน หรือคอยดื่มน้ำฝน กลุ่มนี้ก็คือความมุ่งมั่นตั้งใจเสรีเช่นเดียวกัน แต่ว่าสิ่งไหนเกิดขึ้นด้วยเหตุว่าพวกเราเลือกที่จะทำทำให้ตามที่ต้องการของตน หรือเป็นเพราะเหตุว่าสาเหตุต่างๆที่ได้กล่าวขึ้นมากันแน่
“ประสบการณ์แล้วก็การศึกษาจะเป็นตัวกำหนดให้มนุษย์เลือกที่จะทำไหมทำอะไรก็ได้ พวกเราต่างถูกครอบครองรวมทั้งถูกทำให้เปลี่ยนเป็นวัตถุรับใช้ความนึกคิดของตนรวมทั้งสนองตอบเหตุแต่ละอย่างในชีวิตด้วยบทเรียนที่พวกเราเคยทราบ ความตั้งใจเสรีก็เลยไม่เสรีจริงๆตามความหมายของคำว่า เจตนารมณ์เสรี ที่ครอบครองความนึกคิดของอิสระชนมาตลอด”
จุดกำเนิดในการศึกษาวิจัยรวมทั้งมีความสนใจเรื่อง ความมุ่งมั่นตั้งใจเสรี นั้นไม่ใช่เพื่อจะได้มานั่งเครียดกับความประพฤติปฏิบัติแต่ละอย่างที่พวกเราตกลงใจ แม้กระนั้นมีเพื่อบ่มนิสัยปัญญาของตน รวมทั้งสติสัมปชัญญะรวมทั้งกระบวนการสร้างเหตุผลที่จริงจริง ที่พวกเราเลือกจะทำเพราะว่าปรารถนาอิสระเสรีไม่มีกักขังทางความนึกคิดที่ผูกมัดตัวตนพวกเรากระทั่งมีผลต่อความประพฤติปฏิบัติสำหรับในการดำรงชีพ
นักจิตวิทยาได้ชี้แจงว่า การกระทำของผู้คนถูกระบุด้วยสาเหตุอยู่ 2 อย่างเป็น ชีวธรรมชาติของร่างกาย และก็สิ่งแวดล้อมสังคมที่พวกเราเติบโตขึ้นมา (สถาบันครอบครัว สถานที่เรียน สถานที่สำหรับทำงาน อุดมคติทางด้านการเมือง ศาสนาความศรัทธาความเชื่อถือ) มีผลต่ออารมณ์ความคิดของพวกเรา แน่ๆว่าทั้งหมดทั้งปวงกลุ่มนี้มันมีผลต่อการตัดสินใจต่อเหตุต่างๆของพวกเราด้วยด้วยเหมือนกัน ตัวอย่างเช่น นาย A ที่เป็นโรคตาบอดในที่มึดเนื่องจากเป็นกรรมพันธุ์จากบรรพบุรุษ ทำให้นาย A แปลงเป็นผู้ที่มีนิสัชูลัวที่มึดรวมทั้งรู้สึกไม่ปลอดภัยขณะที่จะต้องอยู่ท่ามกลางความมืดดำเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน บวกกับเติบโตมาในครอบครัวถูกใจใช้อิทธิพล ก็เลยทำให้นาย A แปลงเป็นผู้ที่ไม่กล้าแสดงออกทางความนึกคิดหรือเลือกที่จะทำอะไรตามความอยากได้ของตน โดยเหตุนั้น นิสัยพวกนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเนื่องจากพวกเราต้องการจะเป็น หรือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากสิ่งแวดล้อมกันแน่
แล้วคำตอบที่จริงจริงที่ว่าพวกเรามีเจตนารมณ์เสรีจริงมั้ยอยู่ที่ที่ไหนทดลองหาคำตอบมองนครับ

 

Author: Raymond Berry